การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การจัดการความรู้การพัฒนาชุมชนต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดแพร่

บ้านแม่พวกหมู่ที่ 5 ตำบลห้วยไร่อำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่

พิกัด [ละติจูด 17.936650 ] [ลองจิจูด 100.058428]

 

ส่วนขยาย

1.ข้อมูลพื้นฐานแหล่งท่องเที่ยว

1.1 สถานการณ์ผู้สูงอายุ

ประชากรภายในหมู่บ้านมี 922 คน เป็นผู้สูงอายุอยู่ 104 คน ส่วนใหญ่อยู่บ้านถ้าร่างกายสมบูรณ์ก็จะไปทำสวนของบ้านตนเอง

กิจกรรมส่วนใหญ่

  • มีการสร้างโรงเรียนผู้สูงอายุตั้งอยู่ที่ องค์การบริหารส่วนตำบล
  • ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มีการรวมกลุ่มกันทำงาน เช่นการย้อมผ้า เลี้ยงไก่ชน
 

 

1.2 ประวัติศาสตร์แหล่งท่องเที่ยว (ชุมชน)

ในสมัยเมื่อก่อนเดิมเป็นชุมชนขนาดใหญ่มีการเล่าขานกันมาโดยเกิดจากการโยกย้ายมาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ตำบลท่าเสา มาตั้งเป็นชุมชนอยู่ที่นี้และได้มีการเล่ากันมายาวนานจากรุ่นบรรพบุรุษที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มาก่อนที่จะก่อตั้งสถานีรถไฟแม่พวกมีการสร้างรางรถไฟตั้งแต่กรุงเทพมหานครมาสิ้นสุดตรงที่สถานีรถไฟบ้านแม่พวกในสมัยนั้นมีความเจริญอย่างมากภายในบริเวณชุมชนบ้านแม่พวก มี ร้านทอง และมีตลาดอยู่เพื่อซื้อขายสินค้ากับประเทศเพื่อนบ้านมีชาวจีนมาอาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดการเพิ่มจำนวนประชากรมากขึ้นต่อมาอีกไม่นานชาวจีนเห็นปัญหาในด้านแหล่งน้ำไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพในด้านเกษตรจนทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกพืชต่างๆได้ อีกทั้งยังต้องมาพบเจอการเกิดโรคระบาดภายในชุมชนมีอาการเจ็บป่วยล่มตายกันมากมายเลยพากันอพยพย้ายไปอยู่ที่อำเภอเด่นชัย ในช่วงปี พ.ศ.2440 ต่อมาบ้านแม่พวกได้กลับมาเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นอีกครั้งและในสมัยเมื่อก่อนเป็นอำเภอแม่พวกต่อมาเปลี่ยนเป็นอำเภอสูงเม่นในปี พ.ศ. 2460  มีนายอำเภอ 6 นาย ที่มาเปลี่ยนผ่านมาดำรงตำแหน่งคนแรกคือ พญาสุริยะ พรรคดี หลังจากยกฐานะเป็นอำเภอสูงเม่นเข้ามาเปลี่ยนชุมชนให้มาทำไร่ทำสวนและเลี้ยงสัตว์รอบๆหมู่บ้าน  ในปัจจุบันมีประชากรเพิ่มมากขึ้นได้ยกฐานะเปลี่ยนเป็นตำบลแม่จั๊วะแล้วเปลี่ยนมาเป็นอำเภอสูงเม่นรวมตำบลแม่จั๊วะกับตำบลเด่นชัย ส่วนบ้านแม่พวกขึ้นอยู่กับแม่จั๊วะปัจจุบันแยกแม่จั๊วะออกมาเพราะมีการครอบคลุมพื้นที่มากเลยแยกออกเป็นตำบลห้วยไร่ในช่วงปี พ.ศ.2514-2524 จนถึงปัจจุบันกลายมาเป็นบ้านแม่พวก หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ในปัจจุบันนั้นเองและมีแม่น้ำสายหลักคือ ลำน้ำแม่พวก

ความรุ่งเรืองในอดีต

บ้านแม่พวกตำบลห้วยไร่อำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่ย้อนไปเมือ พ.ศ.๒๔๔๖ เคยเป็นอำเภอแม่พวกมาก่อนโดยมีพระยาสุริยะภักดีเป็นนายอำเภอคนแรกจนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๖.ทางราชการจึงมีการเปลี่ยนชื่ออำเภอ แม่พวกมาเป็นอำเภอสูงเม่นในปี พ.ศ.๒๔๕๒ ทางการรถไฟได้สร้างทางรถไฟมีสถานีจอดที่บ้านแม่พวกทำให้การคมนาคมในสมัยนั้นสะดวกยิงขึ้นเป็น พ.ศ.๒๔๕๓ กรมป่าไม้ได้มีการปลูกสวนสักขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทยจำนวน ๑๓๓ ไร่จำนวน ๑,๗๗๙ ต้นและใน พ.ศ. ๒๔๕๔ สมเด็จพระศรีศวรินทราบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๕ เสด็จทอดพระเนตรสวนสักแห่งนี้โดยรถไฟจากหัวสำโพงถึงสถานีแม่พวกชุมชนแม่พวกเป็นขมชนทีเคยรุ่งเรืองมาก่อนในอดีตถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมาแล้วถึง ๑๑๑ เป็นผู้คนในชุมชนยังคงดำรงวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายสวนสักแห่งแรกของประทศไทยยังคงยืนต้นตระหง่านคนในขมชนยังรักษาไว้อย่างเหนียวแน่นและมีอีกเรื่องราวมากมายชวนให้ค้นหา

อาณาเขตติดต่อ 

  • ทิศเหนือ ติด ตำบลเด่นชัย ตำบลแม่จั๊วะ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่
  • ทิศตะวันออก ติด ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ และ ติดตำบลน้ำหมัน อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
  • ทิศใต้ ติด ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ และ ติดตำบลแม่พุง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
  • ทิศตะวันตก ติด ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่
 

 

1.3 สภาพโดยทั่วไปของแหล่งท่องเที่ยว (ชุมชน)

ของดีทีแม่พวก

นับว่าเป็นความโชคดีของชุมชนแม่พวกที่มีของดีที่ถือว่าเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและต้องธำรงรักษาไว้สิบไป

1.อาคารเรือนปั้นหยาจำนวน 2 หลังของสถานีรถไฟแม่พวกอดีตเคยเป็นอาคารสำหรับจำหน่ายตั๋วรองรับผู้โดยสารและเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่การรถไฟ ปัจจุบันได้รับการบูรณะจากขมชนและในอนาคชุมชนจะใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ของขมชนซึ่งจะจัดแสดงวิถีซีวิต ชุมชนและความรุ่งเรืองของสถานีรถไฟบ้านแม่พวกในอดีตขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการและเก็บรวบรวมรวมถึงความต้องการการมีส่วนร่วมจากทุกท่าน

ขณะนี้อาคารสถานีรถไฟแม่พวกกำลังได้รับการซ่อมแซมและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบสิ่งที่ชุมชนจะดำเนินการต่อไปได้แก่

  • การปรับปรุงห้องน้ำในตัวอาคารและนอกอาคาร
  • เทพื้นคอนกรีตรอบอาคาร
  • เปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคา
  • ปรับปรุงทัศนียภาพด้วยสวนหย่อม

2. สวนสักแห่งแรกของประเทศไทย "หม้อฮ่อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลืองแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม" คำขวัญของจังหวัดแพร่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและความรุ่งเรืองในอดีตโดยเฉพาะไม้สักที่มีชื่อเสียงทั้งการแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์และการทำป่าไม้ย้อนหลังไปเมือ พ.ศ.2453 (104 ป็ :.2555)รัฐบาลได้มีการส่งเสริมให้ปลูกสวนสักเป็นแห่งแรกของ ประเทศไทยพื้นที 133 ไร่จำนวน 1,779 ต้น

 

 

1.4 ลักษณะทางเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม

อาชีพ

  1. ส่วนใหญ่จะทำงานรับจ้างทั่วไป
  2. ด้านการเกษตร
    • ไม่มีที่ทำกินเนื่องจากขาดแคลนน้ำใช้ในการทำเกษตร
    • ส่วนใหญ่ที่ปลูกได้ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง
    • ปลูกผักสวนครัวตามที่อยู่อาศัย

ผู้ใหญ่บ้านแม่พวกและแกนน่าคนสำคัญของหมู่บ้านได้รับคำแนะน่าองค์กรเอกชนในจังหวัดแพร่ให้ไปศึกษาดูงานการบริหารได้แก่ตำบลเรืองเกี่ยวกับการอนุรักษ์ปาคนอยู่กับป่าอย่างมีความสุขและการบริหารจัดการขมชนแบบยังยืนโดยสภาประชาชนตำบลลืมตอง ทำให้ได้หลักคิดการทำงานโดยการพึ่งพาตนเองเป็นหลักจนกลายเป็นภาคีความร่วมมือระหว่างคนตำบลลืมตองตองจังหวัดน่านกับคนแม่พวกตำบลห้วยไร่จังหวัดแพร่กลายเป็นเครือข่ายความร่วมมือกันอย่างไม่รู้ตัวกำลังใจที่เคยได้รับจากกัลยาณมิตรที่บอกเล่าเมื่อครั้งไปศึกษาดูงานวันที ๒๕สิงหาคม ๒๕๕๗ บอกว่า

"ต้องปรับวิธีคิดของแกนนำโดยยึดหลักพึ่งตนเองคิดการพัฒนาภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่คิดอย่างเป็นระบบและมีผลงานเป็นรูปธรรมแล้วหน่วยงานทีเกี่ยวของก็จะเข้ามาหนุนเสริมเอง"

ความหลากหลายทางชีวภาพต้นร่มเงาต้นสัก

สวนสักอายุกว่า100ปียืนต้นตระหง่านถือว่าเป็นสวนสักที่ความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติตามปกติแล้วสวนสักทั่วไปแทบจะไม่มีพืชสมุนไพรหรือไม้ดอกไม้ประดับขึ้นใต้ร่มเงาเท่าใดนักแต่ว่าสวนสักที่บ้านแม่พวกแตกต่างจากที่อื่นอาจจะเป็นเพราะว่าอายุของต้นสักกว่าร้อยปีและการที่ไม่มีผู้คนเข้าไปรบกวนจึงได้เห็นความงามของผืนป่าสักแห่งนี้

ดอกกระเจียวสีสด หรือที่คนแม่พวกเรียกว่าดอกอาวและบานอวดโฉมในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปีดอกกระเจียวทีเรามักจะพบส่วนใหญ่จะดอกสีชมพูหรือสีม่วงแต่ดอกกระเจียวที่แม่พวกดอกสีส้มอ่อนๆน่าจะเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่แกนนำของชุมชนจะนำเสนอและปรับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของรมชนเพี่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ของขมชนอีกทางหนึ่ง

ต้นกระบุก สมุนไพรยอดนิยมบุกเป็นพืชปาล้มลุกที่พบทั่วไปทุกภาคของประเทศโดยจีนอยู่ตามชายปาและบางทีก็พบตามพื้นทีทำนาขึ้นได้ในสภาพดินทุกชนิดแต่จะเจริญเติบโตได้ดีให้หัวขนาดใหญ่ได้ในเดินร่วนซุยน้ำไม่ขังและดินที่มีอินทรีย์  วัตถุสูงจะเจริญเติบโตได้ดี

ดอกเข้าพรรษาหรือดอกหงส์หิน จะเบ่งบานในช่วงเข้าพรรษาที่สวนปาแห่งนี้จะเป็นดอกเข้าพรรษาสีเหลือง ในแปลงสวนสักแห่งนี้นอกจากจะมีความสวยงามทางธรรมชาติแล้วฝังตรงข้ามอาคารสถานีรถไฟแม่พวกด้านทิศตะวันตกยังมีร่องรอยของหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่2 หลงเหลืออยู่ผู้ใหญ่น้อยและแกนนำชุมชนได้พยายามแสวงหาข้อมูลโดยสิบค้นข้อมูลจากทายาทนายกุนหัวหน้าคนงานการรถไฟ)ที่ชื่อนายน้อยพันธ์มณีจนในที่ได้พบกับลูกสาวชื่อ แม่ใหญ่นัด รั้งลวด ปัจจุบันอายุ ๗๗ ปี แม่ใหญ่ นัด รังลวด ปัจจุบันอายุ ๗๗ ปีที่อยู่บ้านเลขที่ ๕๑ หมู่ที่ 8 ตำบลแม่น้ำอำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่(อ ธ.ค.๒๕๕๗) จากการสัมภาษณ์แม่ใหญ่นัด รั้งลวด วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ สรุปว่า"สมัย แม่ใหญ่ขณะนั้นอายุได้สรุปปีได้ติดตามพอซึ่งเป็น นายกลีบ มีหน้าที่คุมกลิเรียงหมอนรถไฟซึงในห้วงเวลาดังกล่าวได้เกิดสภาวะสงครามเพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวกลัวจึงขุดหลุมหลบภัยขึงสามารถเข่าไปหลบคนได้ประมาณ ๒.คนความสูงประมาณ ดศ.ซม. บนหลุมน่าไม่หมอนรถไฟมาเรียงแล้วกลบด้วยดิน"แกนน้ำขมชนได้จำลองหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่เอขึ้นมาอีกครั้งตามคำบอกเล่าของ แม่ใหญ่ นัด รั้งลวด เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของอนุชนรุ่นหลัง

 


 

2.ข้อมูลพื้นฐานด้านความเชื่อ

2.1 แผนภูมิพิธีกรรมในรอบปี

2.2 เจ้าพ่อ/ผี และที่มาของความเชื่อ

ศาลเจ้าพ่ออาโน

จากการเล่าของ ผู้ใหญ่บ้าน น้อย เขียนมณี เล่าให้ฟังว่าเป็นผีที่ปกปักรักษา อานาเขตในหมู่บ้าน เจ้าพ่อมาจากปู่ย่าตายาย เป็นคนของบ้านแม่พวกตั้งแต่สมัยก่อตั้งหมู่บ้าน เป็นทั้งหมอยา เป็นทั้งคนที่ชาวบ้านรู้จักมากมาย เมื่อท่านได้เสียชีวิตลงไป ชาวบ้านที่ยังมีชีวิตอยู่จึงมีการนับถือ และมีการเอาวิชาที่ท่านมีในเรื่องสมุนไพร นำมาสืบต่อทอดกัน ส่งผลให้ชาวบ้านร่วมกันนับถือสืบต่อกันมา

 

 

2.3 พิธีกรรม ขั้นตอน การเซ่นไหว้

  1. พิธีกรรมเลี้ยงเจ้าพ่อ อโน เป็นการบวงสรวงศาลเจ่าพ่ออโน ซึ่งสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน โดยจะทำปีละ 1 ครั้ง คือเดือนเมษายน ปีที่ 1 และปีที่ 2 จะมีไก่เป็นตัวหลักในการเลี้ยง และปี 3 จะมีการเลี้ยงหมู และกลับมา นับ1 ไปอย่างนี้ตลอดไป มีความเชื่อว่าการ เลี้ยงผีประจำหมูบ้านแล้วจะทำให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุขปลอดภัยจากโรคร้ายต่างๆ

    เครื่องบวงสรวง

    • ปีที่ 1และปีที่ 2 ไก่ (บ้านละ ๑ ตัว ) ปีที่3 เลี้ยง หมู่ หรือหัวหมู ตามกำลังศัทธา
    • เหล้า (บ้านละครึ่งขวด)

    ร่างทรงและผู้ประกอบพิธี มี ๓ คน

    • นางสง เท้ามูล (ร่างทรง)
    • นางจันธรรม พูนสิริ (ผู้ประกอบพิธี)
    • นางสุธิกร ปัญญานุสรณ์(ผู้ช่วย)

    สถานที่ หอประทับบริเวณกลางหมู่บ้าน

  2. ศาลเจ้าแม่นางแก้ว เป็นสื่อกลางในระหว่างเขตติดต่อของแพร่และอุตรดิตถ์

    จะเลี้ยงตามที่ชาวบ้านได้บ่นขอไว้ว่าถ้าประสบความสำเร็จแล้วก็จะนำสิ่งของที่พูดมาถวายให้ที่ศาลแม่นางแก้วชอบใครถวายปลัดขิกและหัวใหญ่ๆต้องปลายหัวปลัดขิกต้องสีแดงเข้มถึงจะ

  3. ประเพณีสืบชะตา

    ชาวล้านนามีความเชื่อว่า การทำพิธีสืบชะตาจะช่วยต่ออายุให้ตน เอง ญาติพี่น้อง และบ้านเมืองให้ยืนยาว ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นสิริมงคล โดยแบ่งการสืบชะตาแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

    • การสืบชะตาคน นิยมทำกันหลายโอกาส เช่น วันเกิด วันที่
    • ได้รับยศตำแหน่ง วันขึ้นบ้านเมือง
    • การสืบชะตาบ้าน เป็นการสืบชะตาชุมชนหรือหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดสิริมงคลปัดเป่าทุกภัยต่างๆ นิยมจัดเมื่อผ่านช่วงสงกรานต์ไปแล้ว

    การสืบชะตาเมือง เป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นด้วยความเชื่อว่าเทวดาจะช่วยอำนวยความสุขให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง อุดมสมบูรณ์ ในสมัยโบราณพระเจ้าแผ่นดินเป็นประธานในพิธีสืบชะตาเมือง

    • ไก่ ตัวผู้ ๑ ตัว ตัวเมีย ๑ ตัว เหล้า ๑ ขวด น้ำ ๑  แก้ว ข้าวต้มมัด
    • ด้าย สายสิญจน์
    • หมาก พลู บุหรี่

    ผู้ประกอบพิธี ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน

 

 

    2.4 ผู้รู้/ผู้นำจิตวิญญาณ

นายน้อย เขียนมณี ปัจจุบันเป็นผู้ใหญ่ บ้านแม่พวก ตำบลห้วยไร่อำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่ ให้ข้อมูลทั่วไปของชุมชน

นางสง เท้ามูล ปัจจุบันอายุ 67 ปี เป็น เป็นร่างทรงประจำ เจ้าพ่ออโน

นางจันธรรม พูนสิริ และ นางสุธิกร ปัญญานุสรณ์ ผู้นำทางจิตวิญญาณ เป็นผู้นำการประกอบพิธีกรรมสำคัญ ตามวัฒนธรรมความเชื่อของคนในหมู่บ้าน

นายแก้ว ร่มเย็น ปัจจุบันอายุ 79 ปี เป็นผู้นำทางด้านภูมิปัญญาและสมุนไพรพื้นบ้าน ผู้รวมชุดยา

นางสง เท้ามูล    การย้อมผ้าสีธรรมชาติ ตามประเพณีวัฒนธรรม และพิธีกรรมต่างๆ และยังมีผู้สืบทอดอยู่ และชาวบ้านอีกหลายคน

 


 

3.ภูมิปัญญาอาหารการกิน

3.1 ภูมิปัญญาการทำสีผงย้อมผ้า

กลุ่มอาชีพทำผ้ามัดย้อมจากธรรมชาติ แม่สง เท้ามูล เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะมีการผลิตผงย้อมผ้าท่างกลุ่มในชุมชนเคนผลิตแบบเปียกแต่ คุณภาพการเก็บรักษามันจะยากกว่า จึงคิดหาวิธีใหม่ โดยการไปเรียนรู้ในสถานที่ต่างเวลามีการอบรมก็จะไปอบรม ส่งผลให้ปัจจุบันมีการผลิตสีย้อมผ้าแบบผงมาจนถึงปัจจุบัน

ยกตัวอย่างวิธีการทำสีผงย้อมผ้า

  1. นำใบไม้ที่ต้องการเช่น ใบสัก ใบสบู่ดำ ใบหูกวาง
  2. อัตตราส่วนใบไม้ 10 กิโลกรัม จะได้สีผง 1 กิโลกรัม
  3. นำใบไม้มาสับให้เป็นชิ้นเล็ก
  4. นำใบไม้ที่สับมาล้างทำความสะอาดแช่น้ำไว้ประมาณ 30 นาที
  5. ตั้งหม้อน้ำบนเตาแก๊ซอัตตราส่วนน้ำ 1 ลิตรต่อใบไม้ 1 กิโลกรัม ต้มโดยประมาณ 2 ชั่วโมง
  6. นำมากรองกากออกจะได้น้ำที่ย้อมผ้า 1 ลิตร และนำน้ำที่ได้มาเคี้ยว 2 วัน จนเหนียว
  7. นำน้ำที่เคี้ยวจนเหนียวแล้วมาตาก 3 วันหรือจนแห้ง
  8. เมื่อนำน้ำมาตากให้แห้งแล้วมาตำจนให้เป็นผง(ละเอียด)
  9. ทำการตั้งหม้อต้มน้ำโดยใช้ไฟอ่อนพอประมาณ
  10. นำผ้าที่ย้อมมาแช่ในหม้อโดยมัดผ้าตามลายที่ต้องการ แช่ไว้ 10 นาทีและเอาผ้าที่ย้อมขึ้นมาทำ3ครั้ง
  11. นำผ้าลงย้อมทิ้งไว้ 10 นาทีเมื่อครบ 10นาทีนำมาล้างน้ำสะอาดทำช้ำกัน 2ครั้ง
  12. เมื่อย้อมครบที่กำหนดแล้วนำผ้าที่ได้มาซัก 7 น้ำจนน้ำมันใส
  13. และก็นำผ้ามาตากให้แห้งอันเป็นเสร็จพิธีการย้อมด้วยสีผงพร้อมขาย
 

 

3.2.ภูมิปัญญาด้านยาและอาหาร

สอบถามข้อมูลจาก นางจันธรรม พูนสิริ เล่าให้ฟังว่าในอดีตบริเวณภาคเหนือของไทยเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนามาก่อน ช่วงที่อาณาจักรแห่งนี้เรืองอำนาจ ได้แผ่ขยายอาณาเขตเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว และมีผู้คนจากดินแดน ต่าง ๆ อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนแห่งนี้ จึงได้รับวัฒนธรรมหลากหลายจากชนชาติต่าง ๆ เข้ามา ในชีวิตประจำวันรวมทั้งอาหารการกินด้วย

อาหารของภาคเหนือ ประกอบด้วยข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก มีน้ำพริกชนิดต่าง ๆ เช่น น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง มีแกงหลายชนิด เช่น แกงโฮะ แกงแค นอกจากนั้นยังมีแหนม ไส้อั่ว แคบหมู และผักต่าง ๆ สภาพอากาศก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้อาหารพื้นบ้านภาคเหนือแตกต่างจากภาคอื่น นั่นคือ การที่อากาศหนาวเย็นเป็นเหตุผลให้อาหารส่วนใหญ่มีไขมันมาก เช่น น้ำพริกอ่อง แกงฮังเล ไส้อั่ว เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่น อีกทั้งการที่อาศัยอยู่ในหุบเขาและบนที่สูงอยู่ใกล้กับป่า จึงนิยมนำ

ทางด้านอาหารในบ้านแม่พวกจะมีอาหารตามฤดูกาลและหาได้ในชุมชน

  • ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมส่วนใหญ่จะกินอาหารเช่น หลามบอล,ใส่มะกอก
  • ช่วงฤดูร้อน จะกินอาหารประเภทไข่มดแดงตามดแดง
  • ช่วงฤดูฝน จะมีอาหารประเภท หน่อไม้,ตำปูก่ำ(ปูดอย),เห็ด,
  • ช่วงฤดูหนาว ก็จะมีนวมผักตามฤดูกาลธรรมชาติ ผักกูด,ผักหนาม,ผักชอม,ส้างวม

สมุนไพร

หมอสมุนไพร นายแก้ว ร่มเย็น เล่าว่า คนเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยสนใจกินยาต้ม ไม่สบายนิดหน่อยวิ่งไปโรงพยาบาล ในขณะที่สมัยก่อนบ้านเราเวลาไม่สบายก็หายามาต้มกิน ถ้าเป็นเยอะก็ไปหาหมอพื้นบ้านในชุมชน ซึ่งมีหมอเก่งหลายคน

นี่อาจเป็นเพียงเสียงเล็กๆ เสียงหนึ่งที่ย้อนให้เห็นภาพอดีต สะท้อนให้เห็นปรากฏการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี บ่งบอกถึงวิถีคนในอดีตที่ผูกพันกับสมุนไพร ในขณะที่คนปัจจุบันกลับให้ความสำคัญน้อย

พืชสมุนไพร สรรพคุณ
1.ปอฝ้าย ฤทธิ์เย็น,แก้ร้อนใน
2.แฝกหอม บำรุงจิต,แก้อาการโรคประสาท
3.เต่ารั้ง แก้โรคตับ,ปอด
4.พวงประดิษฐ์(เครื่ออ่อน) ปวดหลังประเอว,กษัย
5.ผ้าแป้ง แก้ประจำเดือนไม่ปกติ
6.ผักกูดก้อง แก้นิ่ว,ห้ามเลือด
7.หญ้าสาบเสือ แก้กระหายน้ำ,แก้บาดพยัก
8.กวางเหลวหลัง บำรุงร่างกาย
9.ปันแถ เปลือกทุบผสมน้ำใช้แทนสบู่
10.สะพานควาย แก้อาการปวดเมื่อย
11.รังเย็น บำรุงร่างกาย
12.ปอเกียน(สาวน้อยตกเตียง) แก้ปวดหลัง
 


 

4.สถานที่หรือจุดสำคัญของชุมชนที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้

  1. พิพิธภัณฑ์รูปภาพอยู่ที่สถานีรถไฟแม่พวก

    เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและต้องธำรงรักษาไว้สิบไป   าคารเรือนปั้นหยาจำนวน2หลังของสถานีรถไฟแม่พวกอดีตเคยเป็นอาคารสำหรับจำหน่ายตั๋วรองรับผู้โดยสารและเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่การรถไฟปัจจุบันได้รับการบูรณะจากขมชนและในอนาคตรมชนจะใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ของขมชนซึ่งจะจัดแสดงวิถีซีวิตชุมชนและความรุ่งเรืองของสถานีรถไฟบ้านแม่พวกในอดีตขณะนี้

  2. ฐานไก่ชน

    พื้นที่พบปะพูดคุยของคนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อตอบสอนอง เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ให้ผู้สูงอายุเอง

  3. สถานที่โรงเรียนเก็บข้อมูลหมู่บ้าน
  4. ฐานเศรษฐกิจ กลุ่มผ้าธรรมชาติ กลุ่มปลาส้ม กลุ่มเย็บผ้า กลุ่มจักรสาน กลุ่มผ้าสีผง
  5. สองฝั่ง ถนน กับ รางรถไฟแม่พวก จะมีการตกแต่งไปด้วยดอกไม้
  6. เศรษฐกิจพอเพียง
  7. โรงงานผลิตอากาศ(สวนสัก) สมุนไพร หลุมหลบภัย ดอกบุก หน่อไม้ ดอกกระเจียว
  8. สระแก้วจะมีการเลี้ยงปลา ปลาจีน ปลายี่สก
  9. ฝายแม่พวก
  10. วัดแม่พวก
 


 

5.การเกษตรและอาชีพเสริม

5.1.ด้านการเกษตร บ้านแม่พวก หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่

บ้านแม่พวก มีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไป มีภูเขาสลับซับซ้อนมีป่าไม้กระจายทั้งตำบล หมู่บ้านตั้งอยู่ระหว่างที่ราบเชิงเขาและที่ลุ่มแม่น้ำ มีลำห้วยธรรมชาติและลำธารไหลกระจายเต็มพื้นที่ ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง ทำนา ทำไร่ ทำสวน

ในอดีต เมื่อ 40 ปีก่อน ชาวบ้านบ้านแม่พวก ประกอบอาชีพโดยการทำนาปลูกข้าว แต่เมื่อสถานการณ์ และเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลกระทบต่อปากท้องชาวบ้าน ชาวบ้านจึงเปลี่ยนวิธีคิดเปลี่ยนมา ทำไร่ ข้าวโพด มันสำปะหลัง ในปัจจุบัน และมีการปลูกพืชสวนเพิ่มมากขึ้น เช่น สวนกล้วย มะขามป้อม มะม่วง ลำไย เป็นต้น

ปัจจุบัน พบว่า การเกษตรของบ้านแม่พวกหมู่ที่5 เน้นไปในด้านของการทำพืชไร่ พืชสวน และมีพืชสวนครัวเล็กน้อย จาการสอบถามชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า “ การปลูกพืชไร่แม้จะต้องใช้สารเคมี ลงแรงเยอะ แต่ พืชไร่สามารถมีหลักประกันให้กับตัวชาวบ้านได้ว่า ในการทำปลูกพืชไร่1รอบ สามารถบอกตัวเลขของรายได้ต่อรอบได้แน่นอน กว่าการทำการเกษตรแบบ อินทรีย์ ส่วนการทำเกษตรอินทรีย์นั่นชาวบ้านพูดว่า มันก็ดีจริง ปรอดภัยจริง แต่ชาวบ้านไม่สามารถ ตั้งความหวังได้ว่าได้ว่า รายได้ที่จะได้จะพอต่อการใช่จ่ายในครัวเรือนได้”

สรุปได้ว่า การเกษตรที่เป็นอยู่ในบ้านแม่พวกหมู่ที่5 นั้นเริ่มต้นมาจากการทำนาข้าว เปลี่ยนแปลงมาเป็น พืชไร่ ข้าวโพดและมันสำปะหลัง และพืชสวน เป็นส่วนใหญ่ในปัจจุบัน

 

 

5.2 ด้านอาชีพเสริม บ้านแม่พวก หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่

ประชาชนทั่วไป ประกอบอาชีพเสริม ทำไม้กวาดดอกหญ้า จักสานเส้นพลาสติก จักสานไม้ไผ่ ปั้นขี้เลื่อย และการย้อมสีผ้าจากวัตถุดิบธรรมชาติ เป็นสินค้าหัตถกรรมของตำบล (สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ไม้กวาดดอกหญ้า ผลิตภัณฑ์จักสาน) การรวมกลุ่มจัดทำไม้กวาด กลุ่มจักสานเส้นพลาสติก จักสานไม้ไผ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตำบลและทำให้ประชาชนมีรายได้เสริม

ในปัจจุบันพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพเสริมเหล่านี้ จะมีช่วงอายุ 60 ปี ขึ้นไป จะอยู่ในวัยของผู้สูงอายุของประชากรบ้านแม่พวก

แผนที่บ้านแม่พวกหมู่ที่ 5

ผู้ให้ข้อมูล

  • นายน้อย เขียนมณี ปัจจุบันเป็นผู้ใหญ่ บ้านแม่พวก
  • นายแก้ว ร่มเย็น ปัจจุบันอายุ 79 ปี เป็นผู้นำทางด้านภูมิปัญญาและสมุนไพร
  • นางสง เท้ามูล    การย้อมผ้าสีธรรมชาติ ตามประเพณีวัฒนธรรม
 

 

รูปกิจกรรม

เสริมสร้างความรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การใช้ภูมิปัญญาเพื่อการดูแลรักษาแหล่งชุมชนเน้นสุขภาพผู้สูงอายุ แนะนำการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน สภาพแวดล้อม สิ่งอานวยความสะดวก

ติดต่อเรา

มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ
เลขที่ 17 หมู่ที่ 3 ต.แม่ทราย อ.ร้องกวาง จ.แพร่ 54140
โทร: 0 5464 8593-5
Fax: 0 5464 8374 , 0 5464 8596

จำนวนผู้เข้าชม

0

ผู้เยี่ยมชมวันนี้

0

ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด