ชุดความรู้ “สุขภาวะทางจิตวิญญาณ”จิตวิญญา

จิตวิญญาณ…ฟื้นประเพณีขัวแตะ…

วิถีชีวิตชุมชนของคนเมืองแพร่ ที่ผูกติดกับสายน้ำตั้งแต่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งถิ่นที่อยู่อาศัยใกล้กับริมน้ำ หรือการเลือกที่ทำกินที่มีแหล่งน้ำเป็นสำคัญนั้น ทำให้สองฟากฝั่งลำน้ำยมมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีการคิดค้นเส้นทางการไปมาหาสู่กันข้ามลำน้ำด้วยการสร้างสะพานที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ขัวแตะ" ขัว คือ สะพาน แตะ คือ การเอาไม้ไผ่มาแตะกัน ขัดกันไปขัดกันมา แล้วเอาไปวางต่อกันจนเกิดเป็นสะพานที่ทอดจากฝั่งนี้ไปยังฝั่งหน้า “ขัว” ของคนแพร่ที่ทำกันมาในอดีตส่วนใหญ่เป็นขัวก้อมที่มีขนาดสั้นไม่ยาวมากนัก การสร้างขัวแตะทำให้ได้พบกับมนต์เสน่ห์ของสะพานไม้ที่แสดงถึงความเป็นล้านนา เสียงอันไพเราะที่เวลาเดินจะเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดของไม้ไผ่ที่สานขัดกัน และเด้งได้เหมือนมีสปริง ใช้สำหรับข้ามแม่น้ำ ลำห้วย เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในอดีต

ลุงสาตร์ เล่าว่า ในอดีต ขัวแตะ เป็นสะพานไม้ไผ่สานขัดแตะ ชาวบ้านแถบลุ่มน้ำยมจังหวัดแพร่ในอดีตต่างได้อาศัย ขัวแตะเป็นเส้นทางเชื่อมโยงติดต่อกันของผู้คนสองฟากฝั่งลำน้ำ ซึ่งจะสร้างขัวแตะเกือบทุกปีในช่วงหน้าแล้ง เพราะในขณะที่ช่วงหน้าฝนน้ำเหนือจะหลากไหลเชี่ยวแรง และเป็นช่วงที่มีการล่องไม้ซุงของพ่อค้าไม้ชาวกรุงเทพฯ และชาวพม่า ในช่วงนี้ยังมีเศษไม้ ต้นไม้ ที่โค่นล้มจะถูกพัดพาไปตามกระแสน้ำ ขัวแตะก็จะถูกน้ำพัดพาไปด้วยเช่นกัน จึงมีการทำขัวแตะขึ้นทุกปีหลังจากหมดฤดูน้ำหลากไปแล้ว โดยการร่วมแรงร่วมใจจากชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ที่มีการใช้ขัวแตะเป็นเส้นทางคมนาคมและนอกจากนี้แล้ว ขัวแตะยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในพิธีกรรมความเชื่อเรื่องการลอยเคราะห์ ซึ่งขัวแตะเป็นสถานที่สำคัญในการประกอบพิธีกรรมนี้ของคนในสมัยอดีต

การสร้างขัวแตะส่วนใหญ่จะเป็นการขอแรงจากคนในหมู่บ้านที่มีความถนัดในเรื่องการก่อสร้าง หรือคนเมืองนั้นเรียกว่า สล่า เมื่อรวบรวมกำลังคนในหมู่บ้านพร้อมนัดหมายเวลากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ช่วยกันฝังเสาวางไม้โครงไม้ บางส่วนจะสานแตะไม้ไผ่เมื่อเสร็จก็จะนำไปวางบนเสาที่เตรียมไว้ จากนั้นก็จะทำราวโดยใช้ไม้ไผ่เป็นลำสอดสลักและมัดติดกันด้วยตอก ไม่ต้องตอกตะปูหรือผูกเหล็ก เพราะทุกอย่างที่นำมาสร้างมาจากสิ่งที่มีอยู่ในชุมชนและย่อยสลายได้ และเพื่อเป็นการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมของชุมชน ในขณที่ทำการสร้างขัวแตะเหมือนมีงานบุญประจำหมู่บ้าน เพราะทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างขัวแตะ ทั้งการลงแรงก่อสร้าง การหาวัสดุมาช่วยสร้าง การทำอาหารมารับประทานร่วมกัน พอตกตอนเย็นจะมีการสังสรรค์แบบชาวบ้าน โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่ลงแรงทำขัวแตะจะผ่อนคลายด้วยการนั่งล้อมวงคุยกัน คิดวางแผนและช่วยเหลืองาน ของหมู่บ้าน เป็นภาพที่หาได้ง่ายในอดีต

ผู้ใหญ่บ้านหนองกลาง ได้เล่าว่า “ในหมู่บ้านหนองกลาง มีประเพณีลอยกระทงทุกปี และต้องสร้างทางลงไปแม่น้ำยมเพื่อให้คนในหมู่บ้านและคนที่มาร่วมงานลอยกระทงของหมู่บ้านลงไปลอยได้สะดวกและปลอดภัย หากมีการสนับสนุนให้ทำขัวแตะในหมู่บ้าน ผมยินดีอย่างยิ่งเพราะจะได้ช่วยให้คนในหมู่บ้านมีกิจกรรมทำร่วมกันเพื่อสร้างความสามัคคีและมีส่วนร่วม อยากให้ฟื้นฟูประเพณีการลอยเคราะห์กับขัวแตะ มาประยุกต์เข้ากับประเพณีลอยกระทงของหมู่บ้าน จะได้เป็นการสร้างรายได้จากการเกิดแหล่งท่องเที่ยวขัวแตะให้กับชุมชนอีกทางหนึ่งด้วยครับ” กล่าวได้ว่า การสร้างขัวแตะจึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการช่วยเหลือและร่วมแรงใจแรงกาย เพื่อให้คนในหมู่บ้านได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณ การอยู่ร่วมกันด้วยดี เกิดเป็นสุขภาวะทางจิต การคิดเผื่อแผ่แบ่งปัน มีความสามัคคีกัน นำไปสู่การพบกับความสุขทางจิตวิญาณ (Spiritual happiness)

ปัจจุบัน ขัวแตะ ได้ค่อยๆเลือนหายไปจากวิถีของคนในชุมชนล้านนา แต่ด้วยสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูล (conductive environment) ที่ทำให้ขัวแตะอาจฟื้นฟูกลับมาเพื่อให้สุขภาวะทางจิตวิญญาณของคนในชุมชนนั้นดีขึ้นได้ ก็เนื่องด้วยชุมชนของตำบลทุ่งกวาวแห่งนี้ได้มีปัจจัยหนุนเสริมอยู่ 5 ปัจจัย ได้แก่ 1) มีเหตุมีปัจจัย ที่ทำให้เกิดและมีผลต่อสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ซึ่งคนในชุมชนเชื่อในเรื่องกรรมเก่าทั้งกรรมดี กรรมชั่ว หรือเป็นพลังงานในอดีตที่ถ่ายทอดมาถึงปัจจุบัน 2) ปัญญา ระบบการเรียนรู้ ระบบการศึกษา คือเชื่อว่าเป็นเรื่องของปัญญาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากระบบการเรียนรู้ที่ได้ ได้ทำให้คนเข้าถึงความจริงและเรื่องชีวิต ส่วนหนึ่งเกิดจากระบบการศึกษาทั้งทางด้าน ศีลสิกขา จิตสิกขา ปัญญาสิกขา 3) สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ดี คือ เชื่อว่าสภาพทางธรรมชาติมีส่วนที่จะทำให้เกิดสุขภาวะทางจิตวิญญาณ กล่าวคือ ชุมชนนี้อยู่ติดกับแม่น้ำยม ซึ่งขัวแตะมีการสร้างเพื่อใช้กับแม่น้ำเป็นหลัก 4) ระบบสังคม ระบบวัฒนธรรม ระบบศาสนา คือ เชื่อว่าสภาวะแวดล้อมทางสังคม ความสัมพันธ์เชิงอำนาจในทุกรูปแบบ โครงสร้างของสถาบันในสังคม เช่น ครอบครัวที่ดี รวมถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และระบบศาสนาที่เอื้อต่อการบรรลุธรรม เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ที่เป็นองค์ประกอบหลักให้เกิดกิจกรรมนี้ขึ้นมา และ 5) ปัจเจกบุคคล คือ เชื่อว่า ปัจจัยเฉพาะในแต่ละคนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ซึ่งได้แก่ เพศ อายุ ความสมบูรณ์ของร่างกาย ระดับสติปัญญา ความเพียร ภูมิหลังของชีวิต และประสบการณ์ตรง เช่น ประสบการณ์ที่พบกับความทุกข์ และความเชื่อในภาวะที่เหนือตัวเอง จึงทำให้เกิดพิธีกรรมลอยเคราะห์ขึ้นมา

 

แผนที่แสดงพื้นที่ในการดำเนินโครงการ

18°09'02.2"N 100°08'39.3"E

รูปกิจกรรม

 

 

 

 

 

 

 

เสริมสร้างความรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การใช้ภูมิปัญญาเพื่อการดูแลรักษาแหล่งชุมชนเน้นสุขภาพผู้สูงอายุ แนะนำการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน สภาพแวดล้อม สิ่งอานวยความสะดวก

ติดต่อเรา

มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ
เลขที่ 17 หมู่ที่ 3 ต.แม่ทราย อ.ร้องกวาง จ.แพร่ 54140
โทร: 0 5464 8593-5
Fax: 0 5464 8374 , 0 5464 8596

จำนวนผู้เข้าชม

0

ผู้เยี่ยมชมวันนี้

0

ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด