เกษตรอินทรีย์ที่ปางมะโอ การจัดการความรู้การพัฒนาชุมชนต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผู้สูงอายุ

จัดการความรู้การพัฒนาชุมชนต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดแพร่

บ้านปางมะโอ หมู่ที่ 12 ตำบลแม่พุง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่

พิกัด [ละติจูด 17.839721 ] [ลองจิจูด 99.595600]

1.ข้อมูลพื้นฐานแหล่งท่องเที่ยว

1.1 สถานการณ์ผู้สูงอายุ

  • มีประชากรภายในชุมชน 502 คน มีผู้สูงอายุอยู่ 60 คน
  • ผู้สูงอายุที่อายุสูงที่สุด นางศรี ยะสุวรรณ 89 ปี
  • กิจกรรมที่ผู้สูงอายุทำร่วมกัน
    • ไปดูสวนของหมู่บ้าน
    • ไปทำบุญร่วมกันที่ที่วัด
    • พากันไปออกกำลังกาย
    • ที่สำคัญผู้สูงอายุทุกคนได้เบี้ยยังชีพเป็นเงินเดือนทุกเดือน
 

 

1.2 ประวัติศาสตร์

ประวัติหมู่บ้านปางมะโอหมู่บ้านเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2465 มีการเข้ามาตั้งถิ่นฐานโดยชาวลำปางซื้อนายแก้วกาดและนายก๋วน ทองปวน ซึ่งเป็นพี่น้องกันมาทำตลาดอยุ่ที่บ้านใหม่ วังชิ้น แล้วได้มาพบเห็นพื้นที่เหมาะในการตั้งถิ่นฐานจึงขายตลาดแล้วย้ายเข้ามาทำการเกษตรในพื้นที่เวลาต่อมาประมาณ1-2ปีก็มีนายตุ๋น สายมณีย้ายเข้ามาทำไร่นาและอยู่อาศัยหลังจากนั้นก็มีนายหนู คงแก้ว หลังจากการตั้งถิ่นฐานก็มีการเข้ามาทำสัมประทานป่าไม้ทำที่พักไม้ก่อนส่งเข้าโรงงานไม้ในปีพ.ศ.2468 โดยตั้งอยู่ที่ใกล้กับต้นมะโอ (ส้มโอ)โดยต้นมะโอนี้มีความพิเศษมีสองนางคือนางขาว กับนางแดง หรือมีผล2กิ่งที่ต่างกันคือ ผลข้างในสีแดงและอีกกิ่งเป็นสีขาว ทำให้ได้มาเป็นที่มาของการตั้งชื่อหมู่บ้านปางมะโอในปัจจุบัน ต่อมาในปีพ.ศ.2509 เริ่มมีการจับจองในการทำกินในการทำการเกษตร ทำนา ข้าวโพด ข้าวไร่ รางสาด ทุเรียนมะไฟ ส้มเขียวหวาน ปีพ.ศ. 2513หมู่บ้านในสมัยก่อนมีอยู่แค่ 50 หลังคาและมีจำนวนเพิ่มขึ้นในการสร้างบ้านขยายชุมชน ปีพ.ศ.2523 เกิดเหตุไฟไหม้หมู่บ้านปางมะโอโดยต้นเหตุเกิดไฟป่าที่เกิดจากการเผาป่าทำให้เกิดการรามเข้ามาไหม้หมู่บ้านเสียหายไป51 หลังคาเรือน ที่ไม่โดนไฟไหม้ 18 หลังคาเรือนในเวลาต่อมาในปีพ.ศ.2524เกิดเหตุน้ำท่วมหมู่บ้านปางมะโอทำให้บ้านที่อยู่ใกล้ริมนำเกิดน้ำท่วมเสียเล็กน้อย ในปีพ.ศ.2527 มีการเริ่มนำกล้าสักเข้าปลูกในพื้นที่เป็นบางส่วนเพื่อให้เป็นร่มเงาและจับจองพื้นที่ในการทำการเกษตร ในช่วงปี 2532 ได้ย้ายจากหมู่ 8 คือบ้านปางไฮ ออกมาเป็นหมู่ที่ 12 คือบ้านปางมะโอและได้ตั้งผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือ นายทัน บุญเลิศ ในปี พ.ศ 2532 เพราะแต่ก่อนต้องไปขึ้นกับผู้ใหญ่บ้านที่บ้านปางไฮหมู่ 8

 

 

1.3 สภาพโดยทั่วไปของแหล่งท่องเที่ยว (ชุมชน)

เป็นอีกทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเป็นการทำงานร่วมกัน โดยจุดประสงค์ของการ เดินทาง และการเลือกแหล่งท่องเที่ยว เป็นไปตาม กระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Green Tourism การตัดสินใจเดินทางและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุส่วนใหญ่ เป็นปัจจัย ที่มี ความ เกี่ยวเนื่องกับการรักษาสุขภาพ รักษาสิ่งแวดล้อมและ การพัฒนา ที่ยั่งยืน ความปลอดภัย ที่รวม ถึงภัย ธรรมชาติ และความ ปลอดภัย ในชีวิต และทรัพย์สิน ความสะอาดปราศจากโรค และ มลพิษ ทั้งอากาศ น้ำดื่ม และสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ และ ความพึงพอ ใจ ในประสบการณ์

การท่องเที่ยวเมืองไทยเรานี้ถือได้ว่าเป็นสวรรค์แห่งผลไม้เมืองร้อน ทีเดียว ปางมะโอมีผลไม้มากกว่า 20 -30 ชนิด สลับกันออกตลอดปี เมื่อชนิดนั้นกำลังจะวายหรือหมดฤดู ก็มีชนิดใหม่ออกมาแทน เรามีทุเรียน เป็นผลไม้ที่ได้ฉายาว่า ราชินีแห่งผลไม้ ผลไม้ยังให้คุณค่าเป็นทั้งอาหารเสริมและสมุนไพรต่อมนุษย์เราด้วย อีกทั้งปัจจุบันเกษตรกรไทยมีความสามารถพิเศษ รู้จักรู้ใจต้นไม้ วางแผนการขายอย่างดี สามารถบำรุงให้ผลไม้ออกนอกฤดู ผลิตออกสู่ตลาดกันตลอดปี มีมะม่วงสุก มีข้าวเหนียวมะม่วงกินตลอดปีด้วย

พืชพรรณผลผลิตจากฟาร์มจากสวนเกษตรบ้านปางมะโอทั้งหลายนั้น นับเป็นความสำเร็จของเกษตรกรที่เฝ้าบำรุงรักษาจนเก็บผลจำหน่ายได้ แต่เป็นความน่าสนใจอยากรู้อยากเห็นของนักท่องเที่ยวต่างบ้านต่างเมืองว่า เกษตรกรทั้งหลายทำได้อย่างไร มีกลวิธีเทคนิคอะไรบ้าง อยากเข้าไปเที่ยวชมกันถึงสวน ถึงฟาร์ม ถึงแหล่ง เพื่อเกิดความรู้ใหม่เพิ่มขึ้น ได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ จากที่ไม่เคยรู้มาก่อน ที่พิเศษกว่านั้น หากได้ลองลิ้มชิมผลิตผลเหล่านั้นแล้ว ย่อมเกิดความพอใจ ความสุข ความประทับใจ และซื้อกลับเป็นของฝากทางบ้าน เพื่อนรัก คนนับถือด้วยแล้ว นับเป็นการเดินทางที่มีความทรงจำเลยทีเดียว

การเที่ยวสวนเกษตรในบ้านปางมะโอนั้นมีมานานแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการเที่ยวชมของชาวบ้านด้วยกันเอง ที่รู้จักมักคุ้น ไปดูความสำเร็จ ไปชื่นชมกับผลิตผลในไร่ ในสวน ในฟาร์ม เจ้าของสวนให้การต้อนรับผู้ไปเยี่ยมเยือน นำชมกิจการ อธิบายให้ทราบถึงปัญหา การแก้ไขปัญหา การถนอมเลี้ยงดูจนกระทั่งได้รับความสำเร็จ และส่งออกไปขาย ในทำนองเดียวกันเจ้าของสวน เจ้าของสวนก็จะมีความภาคภูมิใจที่มีคนต่างถิ่น ต่างอาชีพมาสนใจ เขาเหล่านั้นยินดีที่จะต้อนรับ สวนเกษตร สวนผลไม้ นับเป็นทรัพยากรทางการท่องเที่ยวประเภทหนึ่ง จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เกษตรกรเป็นผู้สร้างขึ้น เรียกว่า"การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

การคิดค้นนำเอาทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่มีอยู่ในปางมะโอ จัดกิจกรรม จัดรูปแบบทางการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวสูงอายุมีความสนใจ และอยากเดิน ทางไปเที่ยว เพื่อขยายเส้นทางการท่องเที่ยวและกระจายรายได้ สู่ชุมชน

กิจกรรมหนึ่งใน ก็คือการเกษตรของบ้านปางมะโอ ซึ่งแบ่งเป็นกิจกรรมย่อย ๆ ได้แก่

  1. การทำนา (Rice Cultivation) การทำนาปี การทำนาปรัง การทำนาหว่านน้ำตม การทำนาขั้นบันได พิพิธภัณฑ์ข้าว ความรู้เรื่องข้าวสายพันธุ์ต่าง ๆ ประเพณีพิธีกรรมเกี่ยวกับข้าว วัฒนธรรมการกินข้าวไทย เป็นต้น
  2. การทำสวนผลไม้ (Horiculture) การทำสวนผลไม้ทุกประเภท รวมทั้งการทำวนเกษตร การทำเกษตรแผนใหม่ การทำสวนผสม รวมถึงการทำสวนยางพารา สวนไผ่ สวนปาล์มน้ำมัน
  3. การทำสวนครัวสวนผัก (Vegetables) การปลูกพืชผักสวนครัวทุกประเภท รวมถึงการทำไร่ผัก ไร่ถั่ว ไร่ข้าวโพดข้าวฟ่าง ไร่พริกไทย เป็นต้น
  4. การทำสวนสมุนไพร (Herbs) การปลูกพืชสมุนไพรนานาชนิด เพื่อใช้เป็นอาหารเสริมพืชผักสวนครัวข้างบ้าน เพื่อใช้เป็นเครื่องดื่ม เพื่อใช้เป็นเครื่องสำอาง และเพื่อใช้ในการแพทย์แผนไทย
 

 

1.4 ลักษณะทางเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม

อาชีพ

  1. ทำไร่,ข้าวโพดอาหารสัตว์
  2. ทำสวนผลไม้ เช่น ปลูกลางสาด,ปลูกทุเรียน
  3. ทำนา
  4. รับจ้างทั่วไป 

การประกอบอาชีพชาวสวนผลไม้เมืองร้อน  ปางมะโอมีผลไม้มากกว่า 20 -30 ชนิด สลับกันออกตลอดปี เมื่อชนิดนั้นกำลังจะวายหรือหมดฤดู ก็มีชนิดใหม่ออกมาแทน เรามีทุเรียน เป็นผลไม้ที่ได้ฉายาว่า ราชินีแห่งผลไม้ ผลไม้ยังให้คุณค่าเป็นทั้งอาหารเสริมและสมุนไพรต่อมนุษย์เราด้วย อีกทั้งปัจจุบันเกษตรกรไทยมีความสามารถพิเศษ รู้จักรู้ใจต้นไม้ วางแผนการขายอย่างดี สามารถบำรุงให้ผลไม้ออกนอกฤดู ผลิตออกสู่ตลาดกันตลอดปี มีมะม่วงสุก มีข้าวเหนียวมะม่วงกินตลอดปีด้วย

ภาคการเกษตร มีความสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นสาขาการผลิตที่สร้างอาชีพให้กับประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ และมีบทบาทสำคัญยิ่งเกี่ยวกับความมั่งคงในด้านอาหาร พลังงานทดแทน เป็นวัตถุดิบภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารในลำดับต้นๆ ของโลกตลอดมา

 


 

2.ข้อมูลพื้นฐานด้านความเชื่อ

2.1 แผนภูมิพิธีกรรมในรอบปี

2.2 เจ้าพ่อ/ผี และที่มาของความเชื่อ

ศาลเจ้าพ่อดวงคำ

พ่อ คำ ลาวขัดเล่าให้ฟังว่า ศาลตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านปางมะโอ เป็นการแต่งตั้งมาจากชาวบ้านเคารพนับถือและเป็นชื่อของคนเก่าคนแก่ตั้งไว้ในลูกหลานได้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ย้ายถิ่นฐานมาจาก สรอยมาอยู่ในหมู่บ้าน ตั้งแต่สมัยมีหมู่บ้านใหม่ๆ ในช่วงปี พ.ศ. 2456 ในขณะที่มีชีวิตอยู่ได้มีการทำความดีคุณประโยชน์ และเป็นที่เคารพของชาวบ้าน หลังจากเสียชีวิตก็ได้มีการสร้างศาลที่อยู่ไว้ให้

ศาลเจ้าพ่อป่าแดง

พ่อ คำ ลาวขัดเล่าให้ฟังว่าในอดีต มีไม้แดงเยอะมากในบ้านปางมะโอ เมื่อชาวบ้านเข้าไปตัดไม้ในป่า ชาวบ้านก็มีความเชื่อว่ามีวิญญาณบางอย่าง ได้ตามกลับมาที่หมู่บ้านจึงรียกกันมาว่าเจ้าพ่อป่าแดง ในในยุคปัจจุบัน มีชาวบ้านคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เมียโดนผีเข้า จึงถามว่าเป็นใครมาจากไหน จึงรู้ว่าผีป่าแดง จึงไปบนบานสารกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในชุมชน ว่าถ้าเมียของตัวเองหายจากอาการก็จะสร้าง ศาลที่อยู่อาศัยให้ผีป่าแดง เวลาผ่าไป อาการของเมียก็ดีขึ้นจึงไปสร้างศาลที่อยู่ให้จนถึงปัจจุบัน

ศาลเจ้าพ่อสรอย ตั้งขึ้นมาจากน้ำสรอยที่ไหนผ่าน

เจ้าพ่อกะบาน

ในอดีตมีการทำเหมืองแร่ และมีคนงานมากมายที่เข้าไปทำงานอยู่ที่นั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าโรงงานหรือเหมืองแร่ ก็ถูกปิดลงจึงส่งผลไปถึงแรงงานที่ทำงานอยู่ในเหมืองแร่เกิดความเดือดร้อน ต้องย้ายถิ่นฐานการอยู่อาศัย อพยพมาอยู่ไกลกับริมน้ำยม มาสร้างบ้านเรือนอยู่ในบริเวณนั้น มีการประกอบอาชีพการเกษตรขึ้น ซึ้งชาวบ้านที่ย้ายมานั้นเห็นต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอู่ในบริเวณนั้น จะมีการนับถือและไหว้สักกระกันต่อพ่อที่เรียกกันว่า เจ้าพ่อกะบาน แต่ในปัจจุบัน ชาวบ้านกลุ่มนั้นก็ได้ย้ายถิ่นฐานกลับเข้ามาอยูในหมู่บ้านปางมะโอ กับคนปางมะโอในปัจจุบัน

 

 

2.3 พิธีกรรม ขั้นตอน การเซ่นไหว้

2.3.1ประเพณีสงกรานต์

ชาวเหนือมีประเพณีสงกรานต์ที่เหมือนกับชาวไทยภาคอื่น คือ มี การทรงน้ำพระพุทธรูป มีประเพณีขนทรายเข้าวัด ประเพณีรดน้ำ ดำรง ขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ สิ่งที่เป็นประเพณีท้องถิ่น คือ มีการทำ บุญถวายขันข้าวที่ถวายตุง และไม้ค้ำสะหลีหรือไม้ค้ำโพธิ์ เพื่ออุทิศ ส่วนกุศลให้แก่วิญญาณผีบรรพบุรุษ และเป็นผลบุญสำหรับตนเอง

2.3.2.ประเพณีสืบชะตา

ชาวล้านนามีความเชื่อว่า การทำพิธีสืบชะตาจะช่วยต่ออายุให้ตน เอง ญาติพี่น้อง และบ้านเมืองให้ยืนยาว ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นสิริมงคล โดยแบ่งการสืบชะตาแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

  • การสืบชะตาคน นิยมทำกันหลายโอกาส เช่น วันเกิด วันที่
  • ได้รับยศตำแหน่ง วันขึ้นบ้านเมือง
  • การสืบชะตาบ้าน เป็นการสืบชะตาชุมชนหรือหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดสิริมงคลปัดเป่าทุกภัยต่างๆ นิยมจัดเมื่อผ่านช่วงสงกรานต์ไปแล้ว

การสืบชะตาเมือง เป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นด้วยความเชื่อว่าเทวดาจะช่วยอำนวยความสุขให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง อุดมสมบูรณ์ ในสมัยโบราณพระเจ้าแผ่นดินเป็นประธานในพิธีสืบชะตาเมือง

 

 

2.3.3 พิธีกรรมเลี้ยงปู่เจ้าบ้านดวงคำ

มีการเล่าสืบต่อกันมาว่า เป็นผู้หญิงและเป็นบุคคลที่มีความสำคัญของชุมชน

เครื่องบวงสรวง

  • ปีที่ 1 ไก่ ตัว ตามความสามารถ ปีที่ 3 เลี้ยงหมู่ 1 ตัว
  • เหล้า ๑ ไห
  • หมาก พลู บุหรี่

ผู้ประกอบพิธี : เก๊าผี (นาย ดำ จันทร์ติ๊บ)

สถานที่ : ศาลที่ชุมชนสร้างไว้

เช่นเดียวกันกับ เจ้าพ่อป่าแดง และเจ้าพ่อ สรอย

 

 

2.3.4 พิธีกรรมเลี้ยง เจ้าพ่อกะบาน

มีการเล่าสืบต่อกันมาว่า เป็นผู้ชายและเป็นบุคคลที่มีความสำคัญของชุมชน เลี้ยงในช่วงการเก็บเกี่ยวเสร็จ

  • 1 ไก่ ตัว
  • เหล้า ๑ ไห
  • หมาก พลู บุหรี่

ผู้ประกอบพิธี : เก๊าผี (นาย ดำ จันทร์ติ๊บ)

สถานที่ : บริเวณต้นไม้ใหญ่ใกล้น้ำสรอย

 

 

2.4 ผู้รู้ / ผู้นำจิตวิญญาณ

  1. นาย ดำ จันทร์ติ๊บ (ปู่จ้ำข้าว)
  2. นาง พิง สิริพงศ์พันธ์ (คนทรง)
  3. นาง หนิ้ว อินตะหาร (คนทรง)

เป็นผู้นำการประกอบพิธีกรรมสำคัญ ตามวัฒนธรรมความเชื่อของคนในหมู่บ้าน

 


 

3.ภูมิปัญญา

ด้านอาหาร

มีภูมิปัญญาในการถนอมอาหาร สามารถเก็บไว้ได้นานเป็นปี ได้แก่การทำน้ำปู ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนเมืองเหนือ โดยทำปีละครั้งในช่วงการทำนา โดยทำจากปูนาเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนเก่าแก่ที่ทำได้ยาก ปัจจุบันคนทำน้ำปูได้มีน้อยลงทุกวัน แต่ในชุมชนยังคงมีการส่งต่อให้ลูกหลานไว้เรียนรู้และผลิตเป็นอาหารพื้นบ้าน

ด้านสมุนไพรพื้นบ้าน

มีการฟื้นฟูหมอพื้นบ้านใช้ภูมิปัญญารักษาโรคในด้านต่างๆ ดังนี้

- ใช้คาถาเป่ารักษากระดูกหัก เป่าแผลพุพอง โดนพิษภัย เป่าหูเป็นหนอง เป่าตาแดง เป็นต้น และยังใช้รักษาคนในชุมอยู่ในชุมชนในปัจจุบัน เช่นพ่อกรำ พูนสวัต เป็นหมอยารักษานิ่ว

ที่อยู่อาศัย

บ้านปางมะโอในสมัยก่อนในการสร้างที่อยู่อาศัยนั้นส่วนมากในการสร้างวัสดุเป็นไม้ทั้งหลังหลังคามุงด้วยใบหญ้าคาทั้งหมดในปี พ.ศ. 2523เกิดได้เกิดอัคคีภัยจากไฟป่าทำให้บ้านปางมะโอไฟไหม้หมู่บ้านเกือบทั้งหมดเหลืออยู่แค่ 8 หลังคาเรือนจาก 50 หลังคาเรือนในสมัยนั้นจนทำให้การปลูกสร้างบ้านในสมัยนี้เปลี่ยนไปและต่อมาอีกแค่ 1 ปีเมื่อปี 2524 ได้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ทำให้บ้านเรือนเสียหายแต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิตและเกิดอุทกภัยอีกครั้งในปี 2544ครั้งนี้เป็นครั้งที่น้ำท่วมหนักที่สุดทั่วจังหวัดแพร่ทำให้ครั้งนี้ทรัพย์สินเสียหายมากกว่าทุกครั้งที่เกิดขึ้นแต่ไม่มีผู้เสียชีวิตปัจจุบันหมู่บ้านปางมะโอนั้นก็มีความสงบสุขดีชาวบ้านมีความรักถิ่นบ้านเกิดของตัวเองเลยช่วยกันพัฒนาหมู่บ้านให้ได้มีการเจริญรุ่งเรืองอีกทั้งยังมีงบประมาณเข้ามาช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกมาพัฒนาหมู่บ้านในครั้งต่อไป

 


 

4.สถานที่หรือจุดสำคัญของชุมชนที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้

สถานที่ท่องเที่ยวที่มี สามารถแบ่งประเภทออกได้ 3 ประเภท

  1. ประเภท เชิงวัฒนธรรม
    • พิธีการเลี้ยงเจ้าพ่อรวงคำ ทุกวันที่16 เมษายน ของทุกปี
    • ประเพณีปีใหม่เมือง
    • ดนตรีพื้นบ้าน
    • แห่เทียนพรรษา
  2. ประเภท ธรรมชาติ
    • น้ำตกตาดหมาไห้
    • แต่ต้องอยู่ในช่วงฤดูที่มีน้ำ เพราะปัจจุบันน้ำน้อยมาก
    • จุดชมวิวเส้นแบ่งเขตจังหวัด
  3. ประเภท สิ่งก่อสร้าง
    • เหมืองเก่า รอการผสานเพื่อเข้าชม
 


 

5.การเกษตร บ้านปางมะโอ หมู่ที่ 12 ตำบลแม่พง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่

บ้านปางมะโอ หมู่ที่ 12 เป็นที่ราบระหว่างภูเขา ที่ราบสลับภูเขา มีแม่น้ำไหลผ่านตลอดปีแต่ก็ไม่พอต่อการใช่ต่อการอุปโภค และการเกษตร

ปัจจุบันชาวบ้าน บ้านปางมะโอประกอบอาชีพหลักคือรับจ้างทั่วไป รองลงมาก็จะเป็นอาชีพทำไร่ ทำสวน จากการที่ได้สัมภาษณ์คุยกันในเรื่องสถานการณ์และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการทำการเกษตร พบว่า ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปลูกคือ ข้าวโพด มันสำปะหลัง และพืชสวนจะมี สวนส้ม ลางสาด เงาะ ทุเรียน ลำไย กล้วย เป็นต้น การดำเนินการหรือการปลูกพืชสวนของชาวบ้านจะเป็นในลักษณะของ “ปลูกตามใจตัวเอง”เป็นผลมาจากการขาดการบริหารจัดการในลักษณะของกลุ่มที่ขาดไป ปัจจุบันทำให้พบปัญหาที่ว่า ชาวบ้านมีผลผลิตอยู่ในมือแต่ไม่สามารถส่งสินค้าเหล่านี้ให้ถึงมือผู้บริโภคได้ นั่นเองปัญหาหลักอีกอย่างที่หนักมากก็คือ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพราะยังไงการเกษตรจะต้องพึ่งน้ำเพื่อการเจริญเติมโต

จากที่ชาวบ้านได้เสนอให้ฟังว่า ต้นทุนทางด้านการเกษตรของชุมนั้นนั้นเป็นเพียงสิ่งที่ชาวบ้านมั่นใจว่า ในอนาคตคงจะมีทางเลือกและทางออกที่จะมาช่วยปลดล็อก เพื่อการที่จะช่วยให้เกิดรายได้จากสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมา และเพื่อความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวจะดีขึ้น และทางออกที่ชาวบ้านกำลังริเริ่มทำ คือการทำทะเบียนราชื่อสิ่งที่ตัวเองปลูกภายในสวน เพื่อที่จะเป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับแต่ละครอบครัวได้รู้ว่า ในแต่ละเดือน เราสามารถเก็บผลผลิตได้เท่าไหร่ เพื่อที่จะนำไปรวบรวมกันในแต่ละเจ้า เป้าหมายสุดท้ายคือ สามารถรู้ได้ว่าชุมชนบ้านปางมะโอสามารถ สร้างผลผลิตต่อรอบได้จำนวนเท่าได

จากการพูดคุย สรุปเบื้องต้นได้ความว่า ชาวบ้านคนไหนหรือหลังคาไหน ปลูกพืชไร่ หรือพืชสวนชนิดไหน ก็ให้ไปจับกลุ่มหรือลงชื่อไว้ในประเภทเดียวกัน จะได้รู้ว่า เช่น ชาวบ้านที่ปลูกทุเรียนมีจำนวนกี่คน จำนวนกี่ไร่ ที่พร้อมจะจำหน่าย และยังไม่พร้อมจำหน่าย มีจำนวนเท่าไหร่ เป็นต้น เมื่อได้ข้อมูลเป็นโครงร่างแล้ว ทางผู้น้ำก็จำนำข้อมูลมาพิมพ์ เพื่อจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการจัดการพื้นที่เบื้องต้น

 


 

6.แผนที่แสดงจุดสำคัญในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว

ผู้รู้ข้อมูล

  1. นาย ทัน บุญเลิศ เป็นผู้ที่ช่วยเติมเต็มข้อมูลในส่วนที่ขาด ผู้รู้ในชุมชนในหลายๆด้าน
  2. นาย สัน นันตะ ปัจจุบันเป็นผู้ใหญ่ บ้านปางมะโอ ตำบลแม่พุง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
  3. นาง เดือน ทองนา ภูมิปัญญาเรื่องอาหาร
  4. นาย กรำ พูนสวัต เป็นหมอยารักษานิ่ว

รูปกิจกรรม

เสริมสร้างความรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การใช้ภูมิปัญญาเพื่อการดูแลรักษาแหล่งชุมชนเน้นสุขภาพผู้สูงอายุ แนะนำการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน สภาพแวดล้อม สิ่งอานวยความสะดวก

ติดต่อเรา

มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ
เลขที่ 17 หมู่ที่ 3 ต.แม่ทราย อ.ร้องกวาง จ.แพร่ 54140
โทร: 0 5464 8593-5
Fax: 0 5464 8374 , 0 5464 8596

จำนวนผู้เข้าชม

0

ผู้เยี่ยมชมวันนี้

0

ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด